แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้หืดหอบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้หืดหอบ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

เหงือกปลาหมอ แก้น้ำเหลือเสีย ฝี ต้านมะเร็ง

เหงือกปลาหมอดอกขาว





ชื่อทั่วไป: เหงือกปลาหมอดอกขาว
ชื่ออื่น: เหงือกปลาหมอ Sea Holly
ชื่อวิทยาศาสตร์: Acanthus ebracteatus Vahl
ชื่อวงศ์: Acanthaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: ไม้ล้มลุกคล้ายพุ่ม สูง 60-120 ซม. ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน กว้างประมาณ 5 ซม. ยาว 12.5-17.5 ซม. สีเขียวเข้ม ขอบใบเว้าลึก ปลายเป็นหนามแหลม ดอกช่อเชิงลดออกที่ปลายกิ่ง ยาวประมาณ 15 ซม. ดอกย่อยจำนวนมาก ใบประดับรูปไข่ ยาว 7.5 ซม. ไม่มีใบประดับย่อย กลีบเลี้ยง 4 กลีบเรียงเป็น 2 ชั้นๆละ 2 กลีบ ชั้นในกลีบแคบกว่าชั้นนอก กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันปลายแยกเป็นแฉกรูปไข่ กลีบดอกเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น 2 ปาก รูปขอบขนานแกมวงรี สีขาวหรืออาจมีสีน้ำเงินซีด ตรงกลางกลีบสีเหลืองกว้าง 1.5 ซม. ยาว 2.5 ซม. เกสรตัวผู้สีชมพู 4 อัน มีขนสีขาว ผลแห้งแตกได้ รูปขอบขนาน เปลือกแข็งสีน้ำตาลสด มีเมล็ดรูปกระดุม 2 เม็ด ผิวเกลี้ยง

สรรพคุณทั่วไป:
- ราก ขับเสมหะ แก้อัมพาต เป็นยาอายุวัฒนะ แก้หืด แก้ไอ รักษามุตกิต
- รากและต้น แก้พิษไข้หัวให้ผื่นคัน แก้โรคผิวหนัง แก้ฝีหรือแผลเรื้อรัง แก้พิษฝีดาษ เป็นยาอายุวัฒนะ
- ต้น เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ปวดศีรษะ แก้โรคผิวหนัง เป็นยาตัดรากฝี แก้ฝี ถอนพิษ แก้พิษฝีดาษ รักษาแผลเรื้อรัง แก้ประดง แก้ลมพิษ
- เปลือกต้น แก้โรคผิวหนังผื่นคัน แก้พิษฝี แก้พิษเลือด
- ใบ แก้ปวด รักษาปอดบวม รักษาแผลอักเสบ รักษาโรคไขข้ออักเสบ ขับน้ำเหลืองเสีย ขับเสมหะ แก้ไข้ จับหนาวสั่น รักษาโรคผิวหนัง แก้คัน บำรุงประสาท รักษากลากเกลื้อน
- ผล ขับโลหิตระดู แกฝีตานซาง ถอนพิษดี
- เมล็ด ขับน้ำเหลืองเสีย
- ทั้งห้า แก้พิษฝี แก้พิษกาฬ แก้ไข้หัว แก้โรคผิวหนังผื่นคัน แก้ประดง แก้ธาตุไม่ปรกติ แก้มะเร็ง แก้โรคลม แก้เสียงแหบแห้ง ทำให้เจริญอาหาร ทำให้เลือดลมเดินสะดวก เป็นยาอายุวัฒนะ
ไม่ระบุส่วนที่ใช้ ตัดรากฝีทั้งปวง ฟอกโลหิต ฟอกน้ำเหลือง ดับพิษไข้ แก้โรคกระษัย ไตพิการ ขับปัสสาวะ

สารเคมี: alkaloid, benzoxalinone, protein

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา:
ยับยั้งการสร้าง leukotriene B4 ต้านการก่อมะเร็ง ยับยั้งเอนไซม์ aniline hydroxylase ต้านการก่อกลายพันธุ์

โรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้ในสมัยก่อนมักจะเรียกว่าโรคน้ำเหลืองเสีย คือจะมีผื่นขึ้นบ่อยอะไรนิดอะไรหน่อยก็เป็นตุ่ม รวมถึงการเป็นฝีต่างๆ ง่ายด้วย ในขณะที่โรคภูมิแพ้ในปัจจุบันจะรวมอาการเป็นหวัด คัดจมูก ไอ จาม หอบหืด เข้าไปด้วย

เรื่องน้ำเหลืองเสียโรคนี้บ้านเราในสมัยก่อนนิยมใช้สมุนไพรตัวหนึ่งมากคือ ต้นเหงือกปลาหมอ ใครที่มีปัญหาผิวหนัง พวกผดผื่นคัน ผื่นขึ้นเกาแล้วมีน้ำเหลือง มีไข้เป็นผื่นหรือเป็นฝีบ่อย ๆ เขาจะเลือกใช้เหงือกปลาหมอมาต้มทั้งกินทั้งอาบ ไม่เกินเจ็ดวันหาย ถ้ายังกลับมาเป็นใหม่ก็ต้องใช้วิธีปั้นเป็นเม็ดลูกกลอนหรือใส่แคปซูลกินไปเรื่อย ๆ อย่างน้อย 3 เดือนจนกว่าจะหายขาด ในรายที่เป็นฝี ต้องใช้วิธีกิน จะต้มกินหรือปั้นเป็นลูกกลอนหรือใส่แคปซูลก็ได้ สมัยก่อนยังนิยมใช้เหงือกปลาหมอเป็นยาอายุวัฒนะ โดยบดเป็นผงละลายน้ำผึ้งกิน

นอกจากนี้เหงือกปลาหมอยังมีสรรพคุณ แก้หวัด แก้หอบหืด ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ ริดสีดวงทวาร จนมีคนกล่าวว่าเป็นสมุนไพรรักษาได้สารพัดโรค เขาจึงแนะนำให้กินเป็นยาอายุวัฒนะ

แหล่งข้อมูล : มูลนิธิสุขภาพไทย




สรรพคุณ : 
ลูก   รสเผ็ดร้อน รับประทานขับโลหิตระดู แก้ฝี

เมล็ด  รสเผ็ดร้อน ขับพยาธิ

ทั้งต้น   รสเค็มกร่อย รับประทานแก้พิษฝีดาษ แก้ฝีภาย ใน แก้โรคผิวหนัง น้ำเหลืองเสีย ต้มอาบแก้พิษ ไข้หัว แก้ผื่นคัน ตำพอกปิดหัวฝี แผลเรื้อรัง ตำ คั้นเาอน้ำทาศีรษะ บำรุงรากผม รับประทานเป็น ยาอายุวัฒนะ

ใบ   รสเค็ม  แก้โรคผิวหนังผื่นคัน แก้ประดง แก้ฝีทั้ง ภายนอก ภายใน

ข้อมูล:หนังสือกายบริหารแกว่งแขน ของโชคชัย ปัญจทรัพย์

สูตรยาอายุยืน
1. ต้นเงือกปลาหมอสด    50  ส่วน
2.เมล็ดพริกไทยร่อน       25  ส่วน
วิธีปรุงยา
     นำ ต้นเงือกปลาหมอสดๆมาหั่่นเป็นชิ้นเล็กๆ  แล้วตำรวมกับเมล็ดพริกไทยร่อน  จากนั้่นเอาไปตากแดดให้แห้ง  แล้วนำมาบดเป็นผงละเอียด  จากนั้นนำมาคลุกกับน้ำผึ้งเดือน 5 ปั้นเป็นยาลูกกลอนแล้วตากแดดอีกนิดหนึ่งจึงเก็บใส่ขวดโหลไว้รับประทาน  หรือจะบรรจุแคปซูลเพื่อความสะดวก
     รับประทานเป็นประจำจะทำให้ร่างกายแข็งแรง  บำรุงผิวพรรณ โลหิตไหลเวียนได้ดี เส้นเลือดไม่อุดตัน
การรัปประทานให้รับประทานก่อนเข้านอนทุกคืนครั้งละ 1 - 2 เม็ด  จะทำให้อายุยืนยาว
ข้อมูลจากหนังสือ  : ยอดสมุนไพรยาอายุวัฒนะ  ของอาจารย์ยุวดี  จอมพิทักษ์

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ดีปลี แก้พิษอัมพฤกษ์ หนึ่งในยาอายุวัฒนะ แก้ทองอืด แก้หืดหอบ



ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Piper retrofractum  Vahl

ชื่อสามัญ :   long pepper
ชื่อพื้นเมือง กลาง ประดงข้อ ปานนุ, ใต้ ดีปลีเชือก, บางแห่งเรียกว่า พิษพญาไฟ
 วงศ์ :    Piperaceae
ข้อควรระวัง สตรีมีครรภ์ ห้ามรับประทาน อาจแท้ง ได้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้เถารากฝอยออกบริเวณข้อเพื่อใช้ยึดเกาะ ใบ เดี่ยวรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 7-10 ซม. สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอก ช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยอัดกันแน่น แยกเพศ ผล เป็นผลสด มีสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง รสเผ็ดร้อน

ทำความรู้จักกับดีปลี

ดีปลีเป็น เป็นพืชเดียวกันกับชะพลูและพลู กลิ่นหอมแนเป็นสิ่งคู่กันกับพืชในวงศ์นี้ เพราะมีน้ำมันหอมระเหยซ่อนอยู่ในใช
ลำต้น และผลดีปลีนั้นจะว่าไปก็เหมือนพืชผักที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักได้ยินแต่ชื่อว่าเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง แต่ต้น ผล ใบนั้นจะ
มีรูปร่างอย่างไรก็ไม่รู้

อย่าว่าแต่ต้นเลย ดีปลีที่เป็นเครื่องเทศแล้วก็คงมีไม่มากคนที่รู้จัก นอกจากคนที่ต้องใช้บ่อย ๆ

ตามพื้นที่ที่มีฝนตกชุก มีความชื้นสูง มักจะมีพืชในวงศ์ PIPERACEAE หรือวงศ์พริกไทย ขึ้นได้ดีมีมากมาย พืชใน
วงศ์นี้ก็ได้แก่พริกไทย ชะพลูและพลู ดีปลีของเราก็เป็นหนึ่งในสมาชิกวงศ์พืชดังกล่าวนี้ด้วย ดีปลีนั้นเติบโตได้ดีในทุกภาค
ขอเพียงให้ชุ่มชื้น มีแดดเพียงร่มรำไร ดีปลีก็แตกดอกออกผลให้คนมาเก็บไปกิน และเก็บไปตากแห้งทำยา ทำเครื่องเทศ
ปรุงรสปรุงกลิ่นอาหารให้น่ารับประทาน
คุณสมบัติทางยา
ส่วนที่ใช้เป็นยา เถา ใบ ดอก ราก ผลแก่แห้ง   ช่วงเวลาที่เก็บ นิยมเก็บผลเมื่อเริ่มเป็นสีน้ำตาล นำมาตากแดดให้แห้ง

รสและสรรพคุณในตำรายาไทย

เถา รสเผ็ดร้อน แก้เสมหะพิการ แก้ปวดฟัน ปวดท้อง จุกเสียด แก้ริดสีดวงทวาร
แก้ลม เจริญอาหาร

ใบ รสเผ็ดร้อน แก้เส้นสุมนา (เส้นศูนย์กลางลำตัว)

ดอก รสเผ็ดร้อนขม แก้ปถวีธาตุพิการ แก้ท้องร่วง ขับลมในลำไส ้ แก้หืดหอบ
แก้ลมวิงเวียน แก้ริดสีดวงทวารหนัก แก้คุดทะราด เจริญอาหาร

ราก รสเผ็ดร้อนขม แก้เส้นอัมพฤกอัมพาต ดับพิษปัตตฆาต แก้หืดหอบ แก้ลมวิงเวียน
แก้เสมหะ แก้ปวดท้อง บำรุงธาตุ


คุณค่าทางอาหาร


ทางปักษ์ใต้เจ้าของอาหารรสจัดจ้านร้อนแรงก็ย่อมมีดีปลีเป็นส่วนประกอบ แต่ที่เด็ดขาดกว่าใครก็คือกินลูกอ่อนของดีปลี
เป็นผักสด เข้าใจว่าเมื่อเป็นลูกอ่อนนั้นน่าจะรับประทานง่ายไม่ฉุนเท่าเมื่อเป็นเครื่องเทศ

เครื่องเทศที่ว่านั้นได้มาจากผลสุก นำมาตากแห้งใช้ประกอบกับแกงคั่ว แกงเผ็ด เพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ในอาหาร
บางที่ก็นำมาแต่งกลิ่นผักดอง


ลักษณะทั่วไปของดีปลี

เถาดีปลีนั้นมีรากออกตามข้อสำหรับเกาะ และเลื้อยพัน เถาค่อนข้างเหนียวและแข็งมีข้อนูน แตกกิ่งก้านมาก ใบเป็นใบเดี่ยว
ออกสลับ ใบเป็นรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน ใบเป็นมัน

ดอก ออกเป็นช่อตรงข้ามกัน ลักษณะเป็นแท่ง ปลายเรียวมน ผลเล็ก กลม ฝังตัวกับช่อดอก

ผลอ่อนสีเขียว รสเผ็ด เมื่อสุกเป็นสีแดง


การปลูกและดูแลรักษาดีปลี


ดีปลีชอบความชื้นสูง หากฝนตกชุกก็เป็นที่ถูกใจ เพียงกิ่งแก่ ๆ มาปักชำรดน้ำฉ่ำชุ่ม พอรากงอกและต้นตั้งตัวได้ก็นำ
ลงปลูกในแปลงที่เตรียมไว้ สำหรับหลักให้เลื้อยพันนั้นมักนิยมใช้เสาไม้ที่แข็งแรงหรือใช้เสาซีเมนต์ หรืออาจปล่อย
ให้ไต่ไปบนรั้ว กำแพงหรือต้นไม้อื่น ๆ ดีปลีนิสัยดี ไม่แย่งอาหารจากต้นไม้อื่น แต่ขออาศัยยึดเกาเฉย ๆ ใช้พื้นที่
เพียงเล็กน้อยก็สามารถเป็นเจ้าของเถาดีปลีได้ หรือจะปลูกเป็นไม้ประดับชมใบสีเขียวสดดูชุ่มชื้น หรือดูผลที่เป็นสีเหลือง
เมื่อจวนสุก แดงเมื่อสุกแล้ว พราวไปทั้งเถาที่เป็นที่นิยม


ประโยชน์ของดีปลี

ผลสุกของดีปลีมีน้ำมันหอมระเหย ในน้ำมันของดีปลีตามการวิจัยของสถาบันการแพทย์แผนไทยบอกว่ามีฤทธิ์ฆ่าแมลงด้วงงวง
และด้วงถั่ว ถ้าหากนำมาสกัดเป็นสารกำจัดแมลงสูตรจากธรรมชาติก็ไม่เลว

คุณประโยชน์ด้านสมุนไพรของดีปลีนั้นมากมายมหาศาล เริ่มตั้งแต่ลำต้นหรือเถา รสเผ็ดร้อน แก้ปวดฟัน จุกเสียด
แก้ริดสีดวงทวาร ช่วยเจริญอาหาร ดอกนั้นรสเผ็ดร้อนขม แก้ท้องร่วง ขับลมในลำไส้ แก้หืดหอบ แก้ลม วิงเวียนปรุงเป็นยาธาตุ
แก้ตับพิการ รากรสเผ็ดร้อนขม แก้หืดหอบ แก้ลมวิงเวียน แก้เสมหะ แก้ปวดท้อง บำรุงธาตุ แก้เส้นอัมพฤกษ์ อัมพาต

ดอกแก่ต้มน้ำดื่มแก้ ท้องอืดท้องเฟ้อและช่วยให้หายวิงเวียน ส่วนหากจะแก้ไข ให้ใช้ดอกแก่แห้งครึ่งกำมือฝนกับ
น้ำมะนาว กวาดคอหรือจิบบ่อย ๆ

คุณประโยชน์หลายสถานนี่เอง ดีปลีจึงมีชื่ดีตั้งแต่ชื่อจนถึงต้นเถา
ความลับของดีปลี

๑.   แก้ไอขับเสมหะ  ใช้ดีปลี ๑ ผล เกลือป่น ๑ ช้อนชา น้ำมะนาว ๑ ซีก

ฝนดีปลีเติมมะนาว เกลือให้เข้ากัน นำมากวาดคอ หรือจิบก็ได้

แก้ ไอ ขับเสมหะ

๒.   เจ็บในลำคอ  ใช้ดีปลี ๓ ดอก ผิวมะนาว ๑ ลูก พริกไทยร่อน ๓ เม็ด

หัวกระเทียม ๓ กลีบ

ทั้งหมดตำละเอียด ผสมน้ำมะนาว คลุกให้เข้ากัน ปั้นเป็นลูกกลอน

ขนาดเม็ดพุทรา ใช้อมบ่อยๆ รักษาอาการเจ็บใน ลำคอ

๓.   แก้ท้องอึดเฟ้อ แน่นจุกเสียด  ใช้ดอกดีปลีแก่ๆ ๑ กำมือ

( ๑๐-๑๕ ดอก)

ต้มเอาน้ำดื่ม ใช้เถาต้มแทนก็ได้

๔.   ยาอายุวัฒนะ  ใช้ดอกดีปลี ๑๐ ดอก พริกไทย ๑๐ เม็ด

หัวแห้ว หมู ๑๐ หัว

ตำละเอียด ผสมน้ำผึ้งแท้ รับประทาน ก่อนนอนทุกคืน

เป็น ยาอายุวัฒนะ        ( ยานี้ให้ทำเฉพาะวันเสาร์ รับประทานให้หมดภายใน ๑ วัน)

ยาสมุนไพรขับน้ำคาวปลา ขับเลือดลม

๑.   ดอกดีปลี

๒.   เถาสะค้า

๓.   รากเจตมูลเพลิง

๔.   ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู

๕.   กระเทียม

๖.   พริกไทย

๗.   กำจัด กำจาย

๘.   แก่นขี้เหล็ก

๙.   หางไหลแดง

๑๐  หัสคุณเทศ

๑๑.  เทียนดำ

วิธีทำ

ตัวยาทั้งหมดเสมอภาค โขลกพอหยาบๆ ห่อผ้าขาวบาง

ผูกห่อผ้าไว้ ให้แน่น

ดองในเหล้าขาวหรือเหล้าโรง ๓-๔ ขวด ดองนาน ๑ เดือน

วิธีใช้

ให้ดื่มเมื่อคลอดลูกแล้ว ๓๐ วัน ดื่มครั้งละ ๑ ถ้วยตะไล

เช้า-เย็น ก่อนอาหาร

สรรพคุณ

ขับเลือดลม ขับน้ำคาวปลา ใช้แก้โรคลมได้ทุกชนิด

ผู้หญิง หลังคลอดลูก

อยู่ไฟไม่ได้ จะได้ผลดีมาก หากใช้ยานี้ มด ลุกจะแห้ง เข้าอู่ดี

บำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย


เวบไซด์อ้างอิง

Climbing root ต้นดีปลี 

http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_06_3.htm